วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560

 สะพานมิตรภาพไทย-ลาว






          ถือเป็นสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งแรกในประเทศไทยที่ตัวสะพานข้ามแม่น้ำโขง จากจังหวัดหนองคายไปยังเมืองท่าเดื่อ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงเวียงจันทน์ (เมืองหลวงของประเทศลาว) ประมาณ 20 กิโลเมตร นับเป็นสะพานที่สร้างความ สัมพันธ์ไทย-ลาว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยตัวสะพานมีความยาว 1,174 เมตร กว้าง 12.7 เมตร แบ่งช่องจราจรออกเป็น 2 ช่องทาง พร้อมทั้งออกแบบช่องตรงกลางสำหรับให้รถไฟ  ใช้เวลาการก่อสร้าง 3 ปี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2537 ด้วยความร่วมมือจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย, ลาว, ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

          สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเดินชมความสวยงามได้ถึงกลางสะพานทางฝั่งชาย แดนไทยเท่านั้น ส่วนการเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวยังฝั่งประเทศลาวต้องใช้ใบตรวจคนเข้าเมือง หรือพาสปอร์ต โดยการเดินทางข้ามไปเที่ยวยังฝั่งประเทศลาวนั้นจะเปิดทำการทุกวันในเวลา 06.00-22.00 น. สำหรับในการนำรถยนต์ออก-เข้าประเทศนั้นจะต้องทำเอกสารนำรถออกและเสียค่า ธรรมเนียมตามที่กำหนด ทั้งนี้สามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ด้านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย
จังหวัดหนองคาย ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานบั้งไฟพญานาค 2560 ระหว่างวันที่ 2-11 ตุลาคม 2560 พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย พร้อมชมการรำบวงสรวงบูชาพญานาค โดยนางเอกสาว แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์


          จังหวัดหนองคาย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหนองคาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย เทศบาลเมืองหนองคาย เทศบาลตำบลโพนพิสัย และชาวหนองคาย ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมงานบุญสุดยิ่งใหญ่ประจำปีของชาวหนองคาย กับงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค 2560 ร่วมชมปรากฏการณ์สุดอัศจรรย์เหนือธรรมชาติริมแม่น้ำโขง พร้อมกับร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย
    สำหรับกิจกรรมของเทศบาลเมืองหนองคาย จะมีช่วงวันที่ 2-8 ตุลาคม 2560 ส่วนเทศบาลตำบลโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย จะจัดระหว่างวันที่ 4-11 ตุลาคม 2560 ซึ่งในส่วนของเทศบาลเมืองหนองคายจะมีการจัดกิจกรรมถนนอาหาร การแสดงแสงเสียงตำนานบั้งไฟพญานาค (วันที่ 2-4 กันยายน 2560) การแสดงบนเวทีเป็นหลัก ส่วนที่อำเภอโพนพิสัย จะมีการรำบวงสรวงบูชาพญานาค โดยนางเอกสาว แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ รายละเอียดงานมีดังต่อไปนี้
    วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม 2560

         เวลา 17.00 น.   พิธีรำขอขมาแม่น้ำโขง โดยนางรำกว่า 2,000 คน

         เวลา 22.30 น.   การแสดงม่านน้ำประกอบแสง สี เสียง "เฉลิมพระเกียรติและมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาค"

         วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม 2560 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11)

         เวลา 07.00 น.   กิจกรรมแต่งกายไทย ใส่บาตร วันออกพรรษา ณ วัดไทย

         เวลา 08.00 น.   พิธีบวงสรวงพญานาคแบบดั้งเดิม ณ บริเวณปากห้วยหลวง

         เวลา 16.00 น.   พิธีรำบวงสรวงบูชาพญานาค นำโดย ดารานักแสดงหญิง แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ และนางรำกว่า 2,000 คน

         เวลา 17.00 น.   พิธีบวงสรวงวันเปิดโลก บูชาพระพุทธเจ้าและบูชาพญานาค, พิธีเปิดงานประเพณีไหลเรือไฟบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2560, การแสดงพลุมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาคโลก และชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค บริเวณริมแม่น้ำโขง 

         เวลา 20.30 น.   การแสดงม่านน้ำประกอบแสง สี เสียง "เฉลิมพระเกียรติและมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาค"

         วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม 2560

         เวลา 06.00 น.    ทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะตามถนนพิสัยสรเดช อำเภอโพนพิสัย 

         เวลา 20.30 น.    การแสดงม่านน้ำประกอบแสง สี เสียง "เฉลิมพระเกียรติและมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาค", ชมการแสดงจากศิลปิน พร จันทพร 

         วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม 2560

         เวลา 18.00 น.   ชมการประกวดธิดาบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2560

         วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม 2560

         เวลา 18.00 น.   ชมการประกวดธิดาบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2560 (สาวประเภทสอง)

         วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม 2560

         เวลา 21.00 น.   ชมการแสดงจากศิลปิน ระ เอราวัณ

         วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม 2560

         เวลา 21.00 น.   ชมการแสดงจากศิลปิน เม จิราพร

         - วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม 2560

         เวลา 09.00 น.   ชมการแข่งขันเรือยาวประเภทเรือเล็ก 12 ฝีพาย

         เวลา 21.00 น.   ชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน มนต์แคน แก่นคูณ (เต็มวง)

         (** ทั้งนี้กำหนดการต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
          นอกจากการรอชมบั้งไฟพญานาคแล้วยังมีการประกวดธิดาบั้งไฟพญานาคโลก พร้อมการแสดงม่านน้ำประกอบแสง สี เสียง เฉลิมพระเกียรติและมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาคให้ได้ชมกันด้วย

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0 4242 1326

          หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 5 กันยายน 2560



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
nwnt.prd.go.th, ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย
 












วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560

@หนองคาย วัดโพธิ์ชัย หลวงพ่อพระใส สถานที่สำคัญในจังหวัด และเป็นแหล่งศูนย์รวมของพุทธสานิกชน ที่่มีจิตสัทธา กราบขอพรและสรงน้ำ “หลวงพ่อพระใส” ระหว่างวันที่ 13-17 เมษายน 2560 ณ วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.หนองคาย งานนี้ห้ามพลาด...“เทศกาลตรุษสงกรานต์ 2 ป็นวัดอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ถนนโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมือง ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตามทาง หลวงหมายเลข 212 ทางไป อ.โพนพิสัย วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก หน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้อล่างถึงยอดพระเกศ ๔ คืบ ๑ นิ้วของช่างไม้ ประวัติการสร้าง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ในหนังสือประวัติพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งพิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราชทาน พ.ศ. 2468 ว่า หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนาม พระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ การประดิษฐาน เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น" การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"